|
 |
ยี่สิบกว่าปีก่อนหน้านี้ ธุรกิจการให้บริการทำความสะอาดยังไม่เป็นที่รู้จักหรือเป็นที่นิยมใช่บริการกันแพร่หลายมากหนักในประเทศไทย ในช่วงเวลาดั'กล่าวได้ว่าเป็นช่วงธุรกิจการให้บริการทำความสะอาด ซึ่งในขณะนั้นมีบริษัทที่ประกอบธุรกิจรับทำความสะอาดอย่างจริงจังมีประมาณ 4 - 5 บริษัทเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่ มีต่างชาติ หรือร่วมกับต่างชาติทำธุรกิจ และกลุ่มของลูกค้าส่วนใหญ่ก็เป็นบริษัทต่างชาติหรือบริษัทที่มีต่างชาติ ร่วมเป็นเจ้าของ ซึ่งบริษัทเหล่านี้คุ้นเคยกับการใช้บริการจัดจ้างทำความสะอาดอยู่แล้ว จาดบริษัทแม่ในต่างประเทศที่เห็นถึงความจำเป็น และการได้เปรียบในการจัดจ้างบริษัททำความสะอาดแทนที่จะทำด้วยตัวเอง ไม่เหมือนกับบริษัทคนไทยหรือบริษัทส่วนใหญ่ในขณะนั้น เพราะมองไม่เห็นถึงความจำเป็นในกสนจ้างบริการทำความซึ่งบริษัทเหล่านี้คุ้นเคยกับการใช้บริการจัดจ้างทำ |
| ความสะอาดอยู่แล้ว จากบริษัทแม่ในต่าง ประเทศที่เห็นถึงความจำเป็น และการได้เปรียบในการจัดจ้างบริษัททำความสะอาดแทนที่จะทำด้วยตัวเอง ไม่ เหมือนกับบริษัทคนไทยหรือบริษัทส่วนใหญ่ในขณะนั้น เพราะมองไม่เห็นถึงความจำเป็นในกสนจ้างบริการทำความ สะอาดเพราะมองไม่เห็นถึงความได้เหรียบ แต้กลับมองว่าเป็นสิ่งที่ฟุ่มเฟือยและเสียค่าใช่จ่ายสูงกว่าทำเองมาก ประกอบกับในช่วงเวลาดังกล่าวค่าจ้างแรงงานขณะนั้นค่อนข้างถูกมากและไม่มีปัญหาในด้านแรงงาน บริษัทส่วนใหญ่จึงนิยมจัดแรงงานและมาซื้อเครื่องไม้เครื่องมือและน้ำยาเคมีทำความสะอาดเองแทนที่จะว่าจ้างทำความสะอาด ดังนั้นธุรกิจเกี่ยวกับการทำความสะอาดในช่วงดังกล่าวส่วนใหญ่จึงเป็นการนำเข้าเครื่องมืออุปกรณ์น้ำยาเคมีที่ใช้ในการทำความสะอาดมาจัดจำหน่ายเสียมากกว่า | ต่อมาเมื่อประมาณสิบกว่าปีที่ผ่านมาได้มธุรกิจต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้นประกอบกับ ประเทศไทยก็มีนโยบายที่พัฒนาประเทศให้เป็นประเทศอุตสาหกรรมมากขึ้นแทนที่จะเป็นประเทศเกษตรกรรม ทำให้การสร้างโรงงานอุตสาหกรรมมากมาย ทำให้มีการว่าจ้างแรงงานเข้าสู่ภาคการผลิตในส่วนโรงงาน อุตสาหกรรมเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนบุคคลากรในด้านพนักงานทำความสะอาดของธุรกิจต่าง ๆ ประกอบกับในช่วงเลาดังกล่าว ได้มีการก่อสร้างอาคารสำนักงาน คอนโดมีเนียมสูง ๆ เพื่อรับรองการลุงทุนของ ต่างชาติกันอย่างมโหฬาร ทำให้มีมีพื้นที่ที่จะต้องทำความสะอาดเพื่อมมากขึ้นมากมาย เพิ่มมากขึ้นล้านตารางเมตร เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้านี้ร่วมถึงโรงงานอุตสาหกรรมที่สร้างขึ้นหรือขยายเพิ่มขึ้น ประกอยธุรกิจต่าง ๆ เริ่มเรียนรู้ ถึงความสำคัญในด้านการว่าจ้างผู้ประกอบการรักษาความปลอดภัยดีกว่าที่จะมาปวดหัวกับการจัดการกับการแม่ที่เข้าออก ตลอดเวลาและมีการปรับค่าแรงขั้นต่ำทุก ๆ ปี รวมถึงความได้เปรียบในด้านค่าใช่จ่ายที่แน่นอนไม่บานปลายตลอด จนประสิทธิภาพที่ดีกว่าอย่างมากมายทำให้มีตลาดรองรับสำหรัธุรกิจการให้บริการทำความสะอาดเพิ่มมากขึ้นมากมาย ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าวจึงได้มีผู้ประกอบการรักษาความสะอาดใหม่ ๆ จักตั้งขึ้นมากมายจากเดิม 4 - 5 บริษัท เพิ่มขึ้นมาก 40 - 50 บริษัท (สำรวจปี พ.ศ. 2535) มีทั้งบริษัทที่เป็น
เจ้าของคนไทยล้วน ๆ หรือบริษัทต่างชาติเข้าเปิดในประเทศไทยก็มี ทำให้เกิดมีการแข่งขันกันมากขึ้น ซึ่งโดยทั่วไป ก็ว่าถือเป็นเรือ่งปกติ เมื่อมีตลาดมากขึ้นย่อมมีผู้ประกอบการหน้าใหม่ ๆ เข้ามาเสมอ แต่ในธุรกิจการให้ บริการทำความสะอาดของพวดเราการแข่งขันไม่ค่อยปกตินัก กล่าวคือช่วงเวลาประมาณปี พ.ศ.2533-2534 ภาคธุรกิจอื่น ๆ ในประเทศไทยต่างมีอัตราการเติบโตและกำไรดีกันทั่วหน้า แต่ะรกิจกการมให้ริการทำความสะาดทุก บริษัทก็มีอัตราการเติบโตที่ดี เพราะมีตลาดรองรับมากมาย แตบริษัทส่วนใหญ่แทบจะไม่มีกำไรจากการดพเนินการเลย ทั้งนี้เนื่องจากเรามีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง แข่งขันทุกรูปแบบ โดยเฉพราะด้านราคาค่าบริการ มีการตัดราคา กันโดยไม่คำนึงถึงต้นทุน ไม่มีราคามาตรฐานในการคำนวณต้นทุน ทำอย่างไรก็ได้ที่ขอให้ได้งานนั้น ๆ มา โดยทั่วไป สัญญาจ้างทำความสะอาดนั้นจะมีอายุสัญญาปีต่อปี เมื่อครบกำหนดสัญญาบริษัทผู้ว่าจ้างก็อาจจะเรียกบริษัท ทำความสะอาดอื่น ๆ มาเสนอราคาเปรียบเทียบในกรณีที่ยริษัททำความสะอาดอยู่เดิมขอปรับอัตราค่าบริการ เนื่องจากมีการขึ้นค่าอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำหรืออื่น ๆ ในช่วงนั้นบริษัททำความสะอาดที่มาใหม่ก็จะใช่วิธีสอบถามจาดเจ้าของงานว่าจ้างบริษัทเดิมอยู่เท่าไหร่ เขาเสนอส่วนลดให้ 10 - 15 % จากราคาเดิม โดยที่บริษัทใหม่นั้น ๆ ไม่คำนึงถึงการหาต้นทุนมาตรฐานของตัว เองก่อนเลย ไมาคำนึงว่าถ้ารับงานมาในราคานั้นแล้วจะกำไรหรือขาดทุนหรือไม่สนใจเพียงอย่างเดียวขอให้ได้งาน มาก่อนแล้วค่อยหาทางลดค่าใช้จ่ายกันทีหลังผลจากการที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ปฏิบัติกันในช่วง้วลาดังกล่าว ทำให้บริษัทที่ทำอยู่เดิมก็ไม่มีโอกาสที่จะขอปรับราคาเพิ่มขึ้นตามค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นและในกรณีที่บริษัทเดิมีผล งานที่ไม่ประทับใจมากนัก อาจจะถูกเลิกสัญญานั้น ๆ เพื่อผู้ว่าจ้างจะได้บริษัทใหม่ที่ถูกกว่า นั่นคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตลอดเวลากับพวกเราส่วนใหญ่ในช่วงเวลานั้น ๆ ซุ่งหลาย ๆ บริษัท ก็มีความคิดว่าถ้ารับปล่อยให้เหตุการณ์เป็น อย่างนั้นเรื่อย ๆ จะเเป็นการทำลายธุรกิจการให้บริการทำความสะอาดทั้งระบบ เพราะการที่แต่ละบริษัทต้องเสีย โอกาสในการรับงานตามราคาที่เหมาะสม ซึ่งเกิดการแข่งขันอย่างรุนแรงดังกล่าว กล่าวคือเมื่องานครบกำหนด สัญญา แทนที่เจ้าของงานนั้น ๆ จะได้รับการต่อสัญญาและได้รับการปรับอัตราค่าจ้างอย่างเป็นธรรมกลับต้องรับใน ราคาเดิมหรือถูกกว่าเดิมหรือไม่ก็ถูกเลิกสัญญาไปเลย โดยที่ผู่ว่าจ้างได้จัดบริษัทใหม่เข้ามาแทนในราคาที่ถูกกว่า ซึ่ง ราคาที่ได้รับไม่ว่า จะเป็นบริษัททำความสะอาดที่ทำอยู่เดิมหรือบริษัทใหม่เป็นราคาที่สวนทางกับต้นทุนของค่าใช้ จ่ายที่เพิ่มขึ้นทุกปีให้ทุกบริษัทต้องรับงานมาในราคาที่ไม่มีกำไรเลย หรือไม่ก็ขาดทันก็มี เมื่อบริษัทแต่ละบริษัทรับ งานมาในราคาที่ถูกกว่า ควรจะเป็นทำให้ต้องมีการลดค่าใข้จ่ายในหน่วยงานนั้น ๆ โดยการลดค่าแรงงาน ค่าน้ำยา เคมี ทำให้ผลงานที่ออกมาก็จะไม่มีมาตรฐานตามที่สมควรจะเป็นเพราะว่าบริษัทใช้คนงานที่ถูกกดค่าแรงงาน และลด ปริมาณของวัสดุหรือลดคุณภาพของวัสดุที่ควรจะใช้ และจะหวังผลงานที่ออดมาจะได้มาตรฐานอย่างไรตลอดจน บริษัทเองก็ไม่มีงบประมาณเหลือพอที่จะไปพัฒนาบุคลากร
โดยการจัดฝึกอบรมอย่างจ่อเนื่องหรือเพิ่มสวัสดิการให้พนักงานเพื่อให้มีกำลังใจในการทำงานหรือแม้กระทั่ง จัดหาอุปกรณ์เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพและทันสมัย เพื่อยกระดับมาตรฐานของงานให้สมกับมืออาชีพก็ไม่ได้ ซุ่งก็จะทำให้บรอการกับลูกต้ามีปัญหาตลอดเวลา มีปัญหาของคนเข้า - ออกตลอดเวลา ( เพราะไม่ได้รับ ค่าแรงงานที่เป็นธรรม ) หรือไม่มีอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือหรือน้ำยาในการทำความสะอาดที่เพียงพอซึ่งทำให้ ลูกค้าเกิดความเบื่อหน่ายเพราะลูกค้าคิดว่าเมื่อเขาจ้างบริษัททำความสะอาดเข้ามาแล้วเขาหวังว่าเขาน่าจะได้มือ อาชีพเข้ามาจัดการเรื่องการทำความสะอาดแทนเขาได้ซึ่งอาจะทำให้กลุ่มลูกค้ามีความคิดว่าเขาน่าจะกลับไปเอง ดีกว่า ถ้าในกรณีที่จ้างบริษัททำความสะอาดแล้วไม่ได้ดีกว่าที่พวกเขาทำกันเอง ซึ่งในระยะยาวก็จะเป็นการทำลาย ธุริกิจ การให้บริการทำความสะอาดทั้งระบบ ซุ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าว ในช่วงปรพมาณปลายปี 2533 บริษัททำความสะอาดหลาย ๆ บริษัทนำเรื่องนี้ไป หารือกับสุรชัย จรรยาสวัวดิ์ ผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด ไว.เอ็น.ซี.เทรดดิ้ง ซุ่งเป็นผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์และ น้ำยาเคมีให้กับบริษัททำความสะอาดหลาย ๆ บริษัท ซึ่งคุณสุรชัยเองก็มีความสัมพันธ์อันดีกับผู้บริหารบริษัทเหล่านั้น คุณสุรชัยจึงอาสาที่จะเป็นคนกลางที่จะเชิญผู้บริหารของบริษัททำความสะอาดทั้งหลายมาหารือร่วมกันถึงปัญหาทุก คนประสบและหาทางแก้ไขร่วมกัน โดยคุณสุรชัยได้กรุณรเป็นเจ้าภาพเชิญผู้บริหารบริษัททำความสะอาดแทบจะ ทุกบริษัทที่มีในขณะนั้นมารับประทานอาหารและแลกเปลื่ยนความคิดเห็นร่วมกันที่โรงแรมดุสิตธานี ซึ่งจากจุดนั้นเอง หลังจากนั้นผู้บริหารของบริษัททำความสะอาดทั้งหลายก็มีโอกาสพบปะกันเองอีกหลายครั้ง และมีความเห็นร่วมกัน ว่าพวกเราน่าจะจัดตั้งชมรมร่วมกัน เพื่อจะได้มีโอกาสพบปะและเปื่ยนความคิดเห็นตลอดจนมีโอกาสสังสรรค์กันใน หมู่สมาชิก แต่มีสมาขิกบางส่วนได้ให้ความเห็ยว่าการจัดตั้งชมรมบริษัททำความสะอาดขึ้นมานั้นเพื่อความอยู่ รอดของธุรกิจทำความสะอาดทั้งระบบ เพราะธุรกิจทำความสะอาดเป็นธุรกิจที่ถือว่าค่อนข้างใหม่ในประเทศไทย ถ้าเราปล่อยให้เหตุการณ์เป็นไปตามที่กล่าวข้างต้นแล้วจะทำให้ระบบเสียหายทั้งระบบ และสมาชิกบางท่านยังเห็น ว่าธุรกิจส่วนใหญ่ก็จะมีชมรมหรือสมาคมของธุรกิจนั้นอยู่แล้วไม่ว่าสมาคมธนาคาร สมาคมผู้รับเหมาก่อสร้างไทย สามคมผู้ประกอบการรักษาความปลอดภัย เป็นต้น สามชิกส่วนใหญ่จึงเห็นด้วยในการจัดตั้งชมรมขึ้นเป็นทางการ ครั้งแรกเมื่อประมาณปี พ.ศ.2534 โดยใช้ชื่อชมรมว่า " ชมรมผู้ประกอบการรักษาความสะอาด " " Cleaning Contractor Club " โดยระบุว่าวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งชมรมดังนี้
1.เพื่อก่อให้เกิดความสามัคคีในที่จะสร้างสรรค์พลังเพื่ออำนวยประโยชน์ต่อมวลสมาชิก และสังคม โดยส่วนร่วม 2.เพื่อการพบปะสังสรรค์ในหมู่มวลสมาชิก 3.เพื่อแลกเปลื่ยนความคิดเห็นโดยเฉพราะในปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับวิชาชีพและประสบการณ์ 4.เพื่อยกระดับมาตรฐานในการให้บริการทำความสะอาด 5.เพื่อแก้ปัญหาการแข่งขันและการตัดราคาค่าบริการ 6.เพื่อร่วมมือร่วมใจในการที่จะขอความเป็นธรรม เมื่อไม่ได้รับความเป็นธรรมในข้อกำหนดหริอเงื่อนไข ที่ทางรัฐบาลกำหนดขึ้น โดยเฉพราะทางด้านการจ้างแรงงาน 7.เพื่อช่วยเหลือมวลสมาชิกที่ด้อยโอกาส โดยเฉพราะบริษัทเลฌกหรือบริษัทที่ตั้งขึ้นใหม่ โดยการแบ่งงานที่ ล้นมือให้แก่สมาชิก หรือแม้กระทั้งการให้ความรู้ทางวิชาชีพและการให้คำแนะนำต่าง ๆ ในปีแรกที่มีการจัดตั้งชมรมสมาชิกร่วมกัน 32 บริษัท โดยมีประธานที่ได้รับคัดเลือกจากสมาชิกตั้งแต่ พ.ศ.2534 - ปัจจุบัน รวม 5 คน เรียงลำดับดังนี้คือ
1.คุณสุมิตร ตยาคีพิสุทธื์ หจก.แคร์ แอนด์ คลีน 2.คุณธำรง วรรธนะพิศิษฐฐ์ บริษัท นอเทอร์เบล จำกัด 3.คุณเทียนศิริ เที่ยงวิบูลย์วงศ์ บริษัท เอสโก้ เอ็นไวรอน เมนทอล เซอน์วิส จำกัด 4.คุณจันทณี มหัศนีศิรินุกุล บริษัท อินเตอร์ คลีนนี่ง ซัพพลาย จำกัด 5 คุณวิน มนต์อภิวันท์ บริษัท ดูอิ้งเวล อินเตอร์เนขั่นแนล จำกัด
|